Menu Close

โรคเชื้อราที่เล็บ

โรคเชื้อราที่เล็บ

โรคเชื้อราที่เล็บอาจจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงถึงชีวิต แต่ก็ทำให้ผู้เป็นสูญเสียบุคลิกภาพได้ หากมีอาการเป็นมา ซึ่งโดยมากเรามักจะพบภาวะเล็บติดเชื้อราได้ง่ายในกลุ่มคนที่มีอาการโรคเบาหวาน คนที่ใช้ยาประเภทสตีรอยด์บ่อยๆ และกลุ่มคนที่ต้องทำงานในที่อับชื้นเป็นประจำ โรคนี้เป็นการติดเชื้อบริเวณเล็บ เกิดจากเชื้อราที่เรียกว่า “เดอมาโตไฟต์” และเชื้อยีสต์ พบได้บ่อยโดยเฉพาะที่นิ้วเท้า เชื้อราที่ทำให้เกิดโรคนั้นสามารถพบได้ทั่วๆ ไปตามบริเวณพื้นดิน บนผิวหนัง และขนของคนและสัตว์ คนสามารถได้รับเชื้อราโดยการสัมผัสจากคนหรือสัตว์ที่เป็นโรค รวมทั้งจากพื้นดินที่มีเชื้อราปนเปื้อนอยู่ได้

ลักษณะอาการ

เชื้อราที่เล็บอาศัยโปรตีนที่อยู่บริเวณผิวนอกของคนเป็นอาหาร เมื่อเริ่มมีการติดเชื้อจะแพร่ลามไปทั่วเล็บ ทำให้เล็บขุ่นขาว บางรายมีสีเหลืองน้ำตาล แผ่นเล็บอาจแยกออกจากผิวหนัง และเกิดเป็นขุยหนาใต้เล็บ เล็บจะขรุขระ เปื่อยและยุ่ย จนในที่สุดมีการทำลายของแผ่นเล็บทั้งหมด ในรายซึ่งมีการติดเชื้อที่เล็บทั้งมือและเท้า ควรตรวจเลือดหาแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวี เพราะพบในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีได้ไม่น้อย

การรักษา

ยาที่ใช้รักษามีทั้งยาทาเฉพาะที่และยารับประทาน ยาทามักไม่ได้ผลดีหรือมีข้อจำกัด เนื่องจากยาทาไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปฆ่าเชื้อราได้ ต้องใช้ร่วมกับยารับประทานเพื่อลดระยะเวลาของการรักษา

ปัจจุบันมียารูปแบบใหม่ในรูปของเล็กเกอร์ โดยใช้รักษาเชื้อราที่เล็บในกรณีที่เป็นไม่มาก โดยทาสัปดาห์ละครั้งหรือ 2 ครั้ง ถ้าเป็นเชื้อราที่เล็บมือต้องทานาน 6 เดือนสำหรับเชื้อราที่เล็บเท้า

ขณะเดียวกันต้องกำจัดสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เกิดโรคเชื้อราที่เล็บร่วมด้วย เช่น หมั่นรักษาความสะอาด รักษาโรคเบาหวาน บางรายถ้ามีอาการปวด บวม แดงที่บริเวณขอบเล็บอาจต้องรักษาโดยการให้รับประทานยาปฏิชีวนะร่วมกับการแช่บริเวณที่เป็นในน้ำอุ่นครั้งละ 15 นาที วันละ 4 ครั้ง ผู้ป่วยบางรายการรักษาด้วยยาต้านเชื้อราไม่สามารถทำให้โรคหายอย่างรวดเร็วได้เนื่องจากอาชีพ เช่น นิ้วมือนิ้วเท้าต้องเปียกน้ำบ่อยๆ ทำให้สารเคมีจากอาหาร ผงซักฟอก สบู่ และอื่นๆ แทรกเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งต้องทำการรักษาสาเหตุเหล่านี้ร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม พึงคำนึงไว้เสมอว่า ผื่นที่มีลักษณะคล้ายเชื้อราที่เล็บไม่ใช่เกิดจากเชื้อราเสมอไป อาจเกิดจากโรคผิวหนังอักเสบจากสาเหตุอื่นได้ เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคไลเคนพลานัส (lichen planus) อุบัติเหตุ โรคต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ เป็นต้น ดังนั้นต้องระวังในการซื้อยาใช้เอง เพราะถ้าใช้ยาผิด เช่น เวลาเป็นเชื้อราที่เล็บ แต่ใช้ยาทาแก้อักเสบพวกสตีรอยด์ อาจทำให้โรคลุกลามและเลวลงได้

ดังนั้นถ้าสงสัยว่าเป็นโรคเล็บชนิดใดกันแน่ หรือใช้ยาไปแล้วไม่ดีขึ้น กรุณาไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องจะดีกว่า

ภาพที่1 แสดงเชื้อราที่เล็บมือมีลักษณะเปื่อยยุ่ยมีขุยหนาใต้เล็บ

เชือราที่เล็บ

เชื้อรา2

ภาพที่2 แสดงเชื้อราที่เล็บเท้า รายนี้นอกจากเล็บเปื่อยยุ่ย

บางแห่งเล็บอาจหนาตัว และมีสีผิดปกติร่วมด้วย