Menu Close

คลินิกผิวพรรณและความงาม

Please specify image url

Botox

  • Botox Botox เป็นสารสกัดจาก โบทูลินั่ม ท็อกซีน ชนิด A ซึ่งสกัดจากแบคทีเรียชนิดหนึ่งและเมื่อฉีดเข้าไปในบริเวณกล้ามเนื้อ จะทำให้กล้ามเนื้อหดตัวน้อยลง ส่งผลให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รอยย่นบริเวณหน้าผาก รอยตีนการอบดวงตา รอยย่นระหว่างหัวคิ้ว ร่องแก้มลึกบริเวณจมูกและปาก รวมทั้งรอยย่นรอบริมฝีปาก ซึ่งเกิดจากแสงแดดหรือการสูบบุหรี่

หลังฉีดแล้วรอยย่นดังกล่าวจะหายไป ภายในเวลา 3-7 วันและจะคงสภาพเช่นนั้นนานถึง 6 เดือน ซึ่งอาจจะฉีดเพิ่มเติมได้ในภายหลังและเมื่อฉีดครั้งต่อไปจะพบว่ารอยย่นต่างๆ จะหายไปมีระยะเวลายาวนานขึ้น ซึ่งปัจจุบันการฉีดโบท็อกซ์ เป็นที่นิยมมากในอเมริกาและคานาดา รองลงมาจาการปรับสภาพผิวโดยสารเคมี เช่น AHA, BHA หรือ TCA การฉีดโบท็อกซ์สามารถใช้รักษาเสริมร่วมกับการรักษาชนิดอื่น เช่นการฉีดคอลลาเจนหรือการกรอหน้าด้วย คาร์บอนไดอ็อกไซด์เลเซอร์

Botox ปลอดภัยหรือไม่…..คำถามนี้เป็นคำถามที่ถามบ่อยมาก ตอบได้เลยครับว่าปลอดภัย แต่หลังฉีดอาจพบปัญหาเรื่องปวด, หนังตาตก ซึ่งหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวแพทย์จะรักษาโดยการจ่ายยาหยอดตาแก่ท่าน เพื่อลดผลข้างเคียงเหล่านี้

ข้อห้ามใช้

ในหญิงตั้งครรภ์และระหว่างให้นมบุตร

  • ลบริ้วรอย
  • ลดกราม V shape
  • ยกหน้าที่หย่อนคล้อย
  • ลดน่อง
  • กำจัดกลิ่นตัว
  • Filler ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็ม ในกลุ่ม Hyaluronic acid โดยที่สารนี้มีความคงตัวและปลอดภัยสูง ไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ (Non – Animal Stabilized Hyaluronic Acid ) การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างโมเลกุลมีน้อย ฟิลเลอร์สามารถดึงน้ำและอุ้มน้ำไว้รอบๆตัว จึงเสมือนมีขนาดโมเลกุลเพิ่มขึ้น ช่วยให้อยู่ในร่างกายได้นานขึ้น (Isovolemic Degradation)
Please specify image url

Facial Filler

  • Facial Filler คือ สารจำพวก collagen, hyaluronic acid and calcium hydroxylapatite ซึ่งช่วยให้เซลล์ผิวหนังบริเวณใบหน้ากลับคืนสู่สภาพเดิม โดยการลดและกำจัดริ้วรอยบนใบหน้า เติมหลุมสิวให้ตื้นขึ้น เติมริมฝีปากให้อวบอิ่ม และช่วยทดแทนผิวหนังที่หายไปโดยการฉีดฟิลเลอร์เข้าไป ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้นผิวหนังของเราก็เสี่ยงที่จะเกิดริ้วรอยและการสึกหรอได้มากขึ้น การถูกแสงแดดและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น การยิ้ม การเอียงตา การเคี้ยว ก็ยิ่งทำให้เนื้อเยื่อของผิวหนังถูกทำลายลงไปFacial Filler คือ การฉีดสารเข้าไปในตำแหน่งที่เฉพาะเข้าไปบนบริเวณใบหน้า ชนิดของฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปในบริเวณใบหน้ามีหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น การลดริ้วรอยบนในหน้า หรือการเสริมคาง ซึ่งเราต้องศึกษาคุณสมบัติของฟิลเลอร์แต่ละชนิดเป็นอย่างดี โดยใช้สารที่อยู่ในกลุ่ม (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นสารที่สกัดมาจากทั้งธรรมชาติ เข้าไปแทนที่ ซึ่งร่องลึกบริเวณร่องแก้มมักเป็นอาการแรกที่ปรากฏขึ้นมาเนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ตามด้วย ร่องน้ำหมาก ริมฝีปากบาง มุมปากตกHyaluronic acid fillers เช่น Restylane and Juvederm เป็นสารเติมเต็มที่มักฉีด เพื่อลดรอยบุ๋มทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้น Dermal Filler สามารถฉีดเพื่อยกมุมปาก ริมฝีปากไม่เท่ากัน ทำให้ริมฝีปากอวบอิ่ม และช่วยตกแต่งความสวยงามทางด้านทันตกรรมได้คำแนะนำการดูแลผิวหลังฉีด Filler
  • ควรดื่มน้ำวันละ 8 – 16 แก้ว เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำ ช่วยให้ฟิลเลอร์ขยายปริมาตรเพิ่มขึ้น
  • สามารถใช้ผ้าเย็นประคบบริเวณที่ฉีดได้
  • เมื่อบริเวณที่ทำการฉีดเป็นก้อน สามารถใช้นิ้วที่สะอาดนวดคลึงเบาๆได้
  • หลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA และ Vitamin A ควรงดการนวดหน้า การกรอผิว และ การทำเลเซอร์ทุกชนิด ในช่วง 10 – 14 วันหลังการฉีด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ การออกกำลังกายหนักๆ การสัมผัสความร้อนจัด เช่น ซาวน์น่า อย่างน้อย 10 – 14 วัน
  • เติมเต็มร่องลึก
  • เสริมคาง
  • เติมสันจมูก
  • เติมขมับ
  • เติมร่องใต้ตา
Please specify image url

สิว

  • สิวเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน ทําให้ไขมันจากชั้นผิวหนังไม่สามารถระบายออกมาได้ ลักษณะโดยมากจะเป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ มีไตสีขาวฝังข้างใน หากมีตัวกระตุ้น เช่น เชื้อแบคทีเรีย จะทําให้เกิดการอักเสบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดเป็นตุ่มหนอง สิวหัวช้างหรือเป็นซีสต์ได้สําหรับสาเหตุของสิว เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกาย พันธุกรรม อารมณ์ อาหาร อากาศ หรือยา แต่โดยรวมแล้วสามารถแบ่งหลักๆ ได้ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยภายในร่างกาย หรือจากร่างกายเราเอง เช่น ระดับฮอร์โมน การตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมน กรรมพันธุ์ พื้นผิวดั้งเดิม รวมทั้งอารมณ์และความเครียด อีกปัจจัยเกิดขึ้นจากภายนอกร่างกาย เช่น ยา ครีม และเครื่องสําอางบางชนิด สภาพแวดล้อม แสงแดด อุณหภูมิ และอาหาร ซึ่งเราสามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงได้สิวมีหลายชนิด สามารถแบ่งได้ 2 กลุ่ม ตามลักษณะที่พบ ได้แก่ สิวไม่อักเสบและสิวอักเสบ โดยสิวไม่ อักเสบ เช่น สิวอุดตันหัวขาว และ สิวอุดตันหัวดํา ส่วนสิวอักเสบ เช่น สิวที่เป็นตุ่มแดง สิวที่มีหนอง สิวอักเสบขนาดใหญ่ (สิวหัวช้าง) และสิวที่มีการทําลายของผิวข้างในจนเป็นโพรงคล้ายซีสต์วิธีการรักษาสิวสามารถทําได้ง่ายๆ เริ่มจากหยุดสาเหตุที่ทําให้เกิดสิว รวมทั้งหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทําให้สิวเป็นมากขึ้น เช่น หากเป็นสิวจากเครื่องสําอาง ควรงดใช้เครื่องสําอางที่ไม่จําเป็น และงดบีบสิว เพราะอาจทําให้สิวอักเสบมากขึ้น และเป็นรอยดํา และแผลเป็นมากขึ้นได้อีกวิธี ได้แก่ การใช้ยา ไม่ว่าจะเป็นยาทาหรือยารับประทาน ทั้งนี้การเลือกใช้ยาขึ้นอยู่กับชนิด และความรุนแรงของสิว จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง เพราะอาจทําให้ดื้อยาได้
  • สิวอักเสบ
  • สิวอุดตัน
  • ผลิตภัณฑ์รักษาสิว
  • รอยแผลเป็นจากสิว
  • กรอหน้าด้วยด้วย PraxiPell
  • กรอหน้าด้วยเครื่อง Dermabration
  • ผลิตภัณฑ์รักษารอยดำและแผลเป็นจากสิว
Please specify image url

ฝ้า

  • ฝ้ามีลักษณะสีน้ำตาลอ่อนหรือเข้ม ขอบเขตไม่ชัดเจน ตำแหน่งที่พบบ่อยคือบริเวณ แก้ม หน้าผาก ริมฝีปากบน จมูก และคาง ซึ่งฝ้ามักเกิดตรงตำแหน่งที่โดนแสงแดด
  • สาเหตุของการเกิดฝ้าที่พบได้บ่อย ได้แก่ การรับประทานยาคุมกำเนิด การโดนแสงแดด ฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยฝ้ามักพบในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า ส่วนสาเหตุอื่นๆที่สามารถพบได้ เช่น พันธุกรรม ภาวะขาดสารอาหาร ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และยา
  • ลบรอยฝ้าด้วยเทคโนโลยี PrexiPeel
  • การรักษาฝ้าด้วยการทายา
  • การรักษาฝ้าด้วยยาทา
Please specify image url

Meso Therapy

เดิมทีเทคนิคการทำเมโสนั้น จะถูกนำมาใช้กับการรักษาโรคและอาการเจ็บป่วยแบบต่าง ๆ ในกลุ่มแพทย์ เช่น กล้ามเนื้อ เส้นประสาท แต่ในปัจจุบันการทำเมโสได้ถูกพัฒนาให้เป็นการเสริมความงามอีกรูปแบบหนึ่ง โดยการใช้เข็มดิจิตอลขนาดเล็กฉีดสารที่มีส่วนประกอบต่าง ๆ ลงสู่ผิวชั้นใน เพื่อลดปัญหา-เพิ่มความงามหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป

สำหรับผลข้างเคียงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการทำเมโสนั้น อาจมีอาการเจ็บ บวมแดง และเกิดจุดเลือดบ้างเล็กน้อย อาจคันยิบ ๆ ขณะที่ทำหรือภายหลังจากทำประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งจะหายไปเองในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ โดยจะต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ให้ครบถ้วน เช่น ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยสลายไขมันเหลว หลีกเลี่ยงการเข้าอบซาวน่า การนวด ดื่มแอลกอฮอล์ และการทำทรีทเม้นท์ เลเซอร์ หลังจากที่ทำเมโสประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อลดการฟกช้ำ อักเสบบวมให้น้อยลง และควรออกกำลังกายเบา ๆ ขับเหงื่อออกเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับและลดไขมันออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น

แม้จะเป็นที่วิธีที่ช่วยลดปัญหา เพิ่มความมั่นใจให้กับส่วนต่าง ๆ ได้ แต่การทำเมโสเทอราพี ยังมีข้อควรระวัง คือ สตรีมีครรภ์ คนป่วยโรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ จะต้องหลีกเลี่ยง เนื่องจากวิตามินและตัวยาบางประเภทอาจไปกระทบกับยารักษาและสุขภาพร่างกายได้ ดังนั้นหากสาว ๆ คนไหนสนใจวิธีการเมโส ก็ควรขอคำแนะนำและปรึกษาศัลยแพทย์ที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

  • Meso หน้าใส
  • Meso Fat สลายไขมันที่หน้า
  • Meso สำหรับรักษาผมร่วง
Please specify image url

Beauty by Facial Treatment

  • มาส์กทองคำ
  • มาส์กโคลน Dead Sea
  • พอกขาวผลัดเซลล์ผิว
  • นวดหน้าเติมวิตามินบำรุงผิว
  • นวดกระตุ้นผิวหน้าด้วย Ionto
  • นวดกระชับผิวหน้าด้วย Phono
Please specify image url

Laser และรอยแผลเป็น

  • รอยแผลเป็นนูน Keloid
  • ไฝ
  • ปาน
  • กระ
  • ขี้แมลงวัน
  • ติ่งเนื้อ
Please specify image url

ฉีดวิตามินเพื่อความงาม

  • ฉีดวิตามินซี
  • ฉีดกลูต้าไธโอน
  • IV Therapy
  • Skin Booster