Menu Close

การรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยยาทา

Topical treatment of psoriasis

การรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยยาทา

แนวทางการรักษาโรคสะเก็ดเงินโดยการใช้ยาทานั้นเป็นวิธีการที่ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานและมีผลกระทบต่อเรื่องความสวยงาม ดังนั้นการรักษาด้วยยาทาจึงมีผลต่อcomplianceในการรับการรักษาของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน

โดยหลักการของยาทา ยาชนิดขี้ผึ้งจะมีประสิทธิ์ภาพหรือความเข้มข้นในการถูกดูดซึมตัวยามากกว่าชนิดครีม แต่มีผลด้อยกว่าในเรื่องความสวยงาม ดังนั้นจึงมีการแนะนำให้ผู้ป่วย ใช้ยาทาชนิดครีม ในเวลากลางวัน และใช้ยาทาชนิดขี้ผึ้งในเวลากลางคืน

นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางรายที่โรคเรื้อรัง หายขาดได้ยาก ยังมีการใช้ยาทาร่วมในการรักษากับยาชนิดรับประทาน

มีการประมาณการว่าจะต้องใช้ยาทา ปริมาณถึง 400กรัม เพื่อที่จะทาครอบคลุมบริเวณพื้นที่ผิวหนังทั้งหมดของร่างกายผู้ใหญ่ โดยความถี่ในการใช้คือ วันละสองครั้ง ในระยะเวลา1สัปดาห์
ยาทาที่ใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงินที่จะกล่าวถึง ได้แก่
1.Corticosteroids
2.Vitamin D3 and analogs
3.Anthralin (Dithranol)
4.Coal tar
5.Tazarotene
6.Topical calcineurin inhibitors
7.Salicylic acid
8.Bland emollients

Corticosteroid
ยาทาชนิดที่เป็นglucocorticoid เป็น first-line ในการรักษาโรคสะเก็ดเงินที่มีความรุนแรงโรคน้อยถึงปานกลาง รวมไปถึงสะเก็ดเงินในตำแหน่งข้อพับและบริเวณอวัยวะเพศซึ่งยาทาชนิดอื่นอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้
ภายหลังใช้ยา รอยโรคจะดีขึ้นโดยใช้ระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ ซึ่งเมื่ออาการดีขึ้นแล้ว สามารถใช้ยาทาแบบมีการหยุดพักเช่น พักการใช้ยาทาสเตอรอยด์ในวันเสาร์อาทิตย์ สลับใช้ยาทาชนิดอื่นแทน
ผลข้างเคียงหรือข้อเสีย คือ skin atrophy, telangiectasia, striae, adrenal suppression, tachyphylaxis phenomenon
หากมีการหยุดใช้ยาทาชนิดนี้กะทันหัน มีโอกาสจะเกิดการกำเริบและมีการแพร่กระจายของรอยโรคมากขึ้น

Vitamin D3 and analogs
ออกฤทธิ์โดยไปจับที่ Vitamin D receptor
Vitamin D3 มีหน้าที่ควบคุมการเจริญและแบ่งตัวของเซลล์ มีผลต่อภูมิคุ้มกัน และมีผลต่อ        เมตาบอลิซึ่มของแคลเซียมและฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังยับยั้งการเพิ่มจำนวนของkeratinocytes และยับยั้งการสร้างสารตั้งต้นของการอักเสบ เช่น IL-2, IFN-gamma

Analogของvitamin D คือ สารcalcipotriene (หรือเรียกว่า calcipotrial) สารtacalcitol และสารmaxacalcitol มีผลการศึกษาว่าการได้รับpotent topical corticosteroid มีผลการรักษาดีกว่าการได้รับcalcipotrieneในการรักษาระยะสั้น แต่calcipotriene มีผลการดีกว่าสารAnthralin และ สาร15%coal tar

การใช้2ครั้งต่อวัน พบว่ามีประสิทธิ์ภาพมากกว่าการใช้วันละครั้ง

ผลข้างเคียงที่พบได้ คือ ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงผิดปกติ

ขนาดยาที่แนะนำคือ ไม่เกิน100 กรัมต่ออาทิตย์

กลุ่มVitamin D analog นำมาใช้ในการรักษาร่วมกับยาทาชนิดcorticosteroid เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาทาชนิดcorticosteroid

Antralin (Dithranol)
ธรรมชาติเป็นสารที่พบอยู่ในเปลือกไม้ของต้นAraroba ในแถบอเมริกาใต้ แต่สามารถสังเคราะห์ได้จากสาร anthrone ยาทาDithranolพบอยู่ในรูปแบบของครีม ขี้ผึ้ง และpaste ยาทาชนิดนี้ได้รับการอนุมัติให้ใช้ใน chronic plaque psoriasis นิยมนำมาใช้รักษากรณี chronic plaque psoriasis ซึ่งดื้อต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ

ยาทาชนิดนี้ออกฤทธิ์ไปลดการเพิ่มจำนวนของkeratinocyte ร่วมกับมีฤทธิ์ลดการอักเสบ

ในIngram regimenของการรักษาสะเก็ดเงิน มีการนำยาทาDithranol มาใช้รักษาร่วมกับ การใช้UVB phototherapyพบว่าได้ผลการรักษาดี

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ที่พบคือผื่นผิวหนังอักเสบจากสารสัมผัส  และการเปื้อนของยาติดตามเครื่องนุ่งห่ม ผิวหนัง เส้นขน และเล็บ โดยเฉพาะบริเวณเส้นผมอาจมีการติดสีม่วงหรือเขียวได้ หากมีการรักษาผื่นสะเก็ดเงินบริเวณหนังศีรษะ

การรักษาจะเริ่มต้นที่ความเข้มข้นของยาต่ำๆ(0.05%-0.1%) ใช้ร่วมกับ petrolatum หรือ zinc paste ความถี่อยู่ที่วันละครั้ง จะมีการให้ยาทาSalicylic acid (1%-2%)เพื่อเป็นการป้องกันภาวะautooxidation จากนั้นจะมีการเพิ่มความเข้มข้นของDithranolในแต่ละอาทิตย์ จนกระทั่งถึง4%dithranol จนกว่ารอยโรคจะหาย

Coal tar
เป็นผลผลิตจากการเผาไหม้สารอินทรีย์โดยไม่ใช้ออกซิเจน กระบวนการออกฤทธิ์ยังไม่เข้าใจแน่ชัด แต่มีความเห็นว่า สาร carbazole เป็นสารตัวหลักในการทำงานของ coal tar
Tar จะทำให้ลดการสังเคราะห์ DNAของเซลล์ที่ basal layer ของหนังกำพร้า จึงทำให้ลดการเพิ่มจำนวนของkeratinocytes ร่วมกับ มีฤทธิ์ลดการอักเสบร่วมด้วย

ใน Goeckerman regimenของการรักษาสะเก็ดเงิน มีการนำ crude coal มาใช้รักษาร่วมกับ การใช้ UVA phototherapyพบว่าได้ผลการรักษาดี

Coal tar พบในรูปแบบครีม ขี้ผึ้ง และ paste โดยมีความเข้มข้นตั้งแต่ 5%-20% มักใช้ร่วมกับ Salicylic acid (2%-5%) เพื่อเพิ่มการดูดซึมของ coal tar

ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแพ้coal tar ได้

ผลข้างเคียงของการใช้coal tar คือ อาจทำให้เกิดfolliculitisตามมาหลังจากการใช้ นอกจากนี้พบว่าเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้(carcinogenic agent)

Tazarotene
เป็นยาในกลุ่มอนุพันธ์ของretinoid (3rd generation retinoid) การออกฤทธิ์ช่วยลดสะเก็ดและการหนาตัวของผื่นลงได้ โดย Tazarotene จะจับกับ retinoic acid receptor

มีการใช้ยาทา Tazaroteneร่วมกับยาทา mid to high potency glucocorticoid หรือ UVB phototherapy พบว่ามีประสิทธิภาพในการรักษารอยโรคสะเก็ดเงินเพิ่มขึ้น แต่เมื่อนำยาทาชนิดนี้มาใช้ร่วมกับการรักษาโดยPhototherapy จะต้องลดความเข้มข้นของแสงอัลตร้าไวโอเลต (UV dose) ลงอย่างน้อยหนึ่งในสามของความเข้มข้นของแสงอัลตร้าไวโอเลตเดิม เนื่องจากยาทาชนิดนี้จะมีผลลดความเข้มข้นของแสงที่น้อยที่สุดที่จะทำให้ผิวหนังแดงร้อน หรือ minimal erythema dose (MED) ของทั้ง UVA และ UVB

ยาทาพบในรูปแบบ 0.05% และ 1% เจล

ผลข้างเคียงคือ ผิวหนังแดงร่วมกับระคายเคือง(local irritation) ทำให้เกิด retinoid dermatitisได้ในยาทาความเข้มข้น0.1%

Calcineurin inhibitors
ยาทาในกลุ่มนี้ได้แก่ Tacrolimus (ได้จากแบคทีเรีย Streptomyces tsukubaensis) และ Pimecrolimus สารในกลุ่มนี้ จะไปจับกับ immunophilin (FK506-binding protein) ยับยั้ง calcineurin ทำให้เกิดการยับยั้งการสร้างสารตั้งต้นการอักเสบ เช่น Interleukin-2(IL-2), IL-3, IL-4, IL-12, tumor necrosis factor, interferon-gamma

ในการศึกษาพบว่า การใช้ยาทา calcineurin inhibitor มีประสิทธิภาพดีในการรักษา  inverse and facial psoriasis แต่ไม่ค่อยได้ผลในการรักษา chronic plaque psoriasis

ผลข้างเคียงหลักคืออาการแสบบริเวณผิวหนังที่มีการใช้ยา  เรื่องผลต่อการเกิดมะเร็งจากการใช้ยาทาชนิดนี้ยังต้องทำการศึกษาต่อเพิ่มเติม

Salicylic acid
เป็นสาร keratolytic มีการออกฤทธิ์โดยการลดการยึดเกาะกันของ keratinocyte ในชั้นหนังกำพร้า และลดค่า pH ของชั้น stratum corneum ดังนั้นจึงทำให้ลดความเป็นสะเก็ดบริเวณรอยโรคให้บางลง ส่งผลให้ยาทาชนิดอื่นที่ใช้ร่วมกันเช่น corticosteroid หรือ coal tar สามารถเพิ่มการดูดซึมของยาบริเวณรอยโรคได้ดีขึ้น

ผลข้างเคียง คือ ยาทา Salicylic acid จะลดประสิทธิภาพในการรักษาของ UVB phototherapy
นอกจากนี้ ยาทาชนิดนี้สามารถดูดซึมเข้าร่างกาย(systemic absorption)ได้ใน ผู้ป่วยโรคตับหรือโรคไตได้หากมีการใช้ในปริมาณที่มากกว่า 20%ของพื้นที่ผิวหนังทั้งหมด

ยังไม่มีการศึกษาเพิ่มเติมถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในกรณีที่ใช้ยาทาSalicylic acid เพียงตัวเดียวในการรักษาผื่นสะเก็ดเงิน

Bland emollients
วัตถุประสงค์ของการใช้ คือเพื่อรักษาความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการแห้งของรอยโรค
สารemollientจะช่วยลดการเป็นสะเก็ดของรอยโรค ลดอาการคัน
สารemollientจะมีประสิทธิภาพในการรักษาความชุ่มชื้นได้ดี หากทาทันทีภายหลังอาบน้ำ และทาเป็นลำดับสุดท้ายหากมียาทาชนิดอื่นที่ต้องใช้ร่วมกัน นอกจากนี้ สาร Urea(10%)สามารถช่วยในเรื่องคงความชุ่มชื้นและมีฤทธิ์ช่วยขจัดสะเก็ดได้ในรอยโรคสะเก็ดเงินระยะแรกๆ

พี.พอลล่า คลินิกศูนย์ ‪#‎โรคสะเก็ดเงิน‬ ‪#‎ฉีดโบท็อกซ์‬

ปรึกษาฟรีไลน์piti2497 สอบถาม093 939 6678/081 559 5963
www.facebook.com/PPaulaSkinAntiAgingCenter

อ้างอิง

  1. Psoriasis: Johann E. Gudjonsson & James T.Elder, Fitzpathick ‘s Dermatology in General Medicine Eighth Edition