Menu Close

การรักษาสิว

                                  4-3

การรักษาสิว

สำหรับการรักษาสิวต้องรักษาตามขบวนการ พยาธิกำเนิดของสิวดังนี้

  1. ลดการเกิด follicular keratinization.
  2. ลดการทำงานของต่อมไขมัน
  3. ลดจำนวนแบคทีเรียในรูขุมขน เช่น P. acnes.
  4. ต้านขบวนการการอักเสบ

 

 Standard treatment

รักษาตามความรุนแรงของสิวแบบ Mild Acne ใช้เฉพาะยาทา ได้แก่Benzoyl peroxide 2.5%-5%   Retinoic acid 0.01%-0.05%   Clindamycin 1% solution  Erythromycin 2%-4% solution ไม่ควรใช้ Clindamycin หรือ Erythromycin ทาอย่างเดียว เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยาควรใช้ร่วมกับ Benzoyl peroxide

Moderate Acne ใช้ยาทา ร่วมกับยารับประทานคือ Tetracycline วันละ 500 – 1000 mg ในกรณีที่แพ้ Tetracycline ให้ใช้ erythromycin 1000 mg/day  แทน

ยาทารักษาสิว

  1. Tretinoin (trans-retinoic acid, vitamin A acid) การออกฤทธิ์ เป็นยาที่มีฤทธิ์ Comedolytic ที่ดีที่สุดออกฤทธิ์โดย เร่ง epidermal cell turnover ทำให้ comedone ที่เป็นอยู่แล้วหลวมและหลุดออก ทำให้ closed comedone เปลี่ยนเป็น open comedone และหลุดออกไปจาก follicle

-ลดการยึดติดกันของ horny cells ทำให้ horny cell หลุดลอกออกไปเร็วขึ้น ยาจึงสามารถป้องกันการเกิด comedone ใหม่ จึงสามารถใช้ในแง่ prophylactic treatment

-ลดอาการอักเสบ ทำให้ตุ่มสิวอักเสบหาย รวมทั้ง granulomatous reaction ด้วย

-กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ๆในชั้น papillary dermis ทำให้มีการเพิ่ม blood flow ทำให้เห็นผิวหนังเป็นสีชมพู  เพิ่มการสะสมของเนื้อเยื่อใหม่ (new collagen) อย่างช้าๆจะเกิดหลังการใช้ยาแล้วเป็นเวลานานหลายเดือน จึงมีผลในการรักษา photoaging ด้วย

 ข้อบ่งชี้ – ผื่นสิวชนิด comedone – ผื่นสิวทุกชนิด แต่ต้องใช้ร่วมกับยาอื่นๆที่มีฤทธิ์ต่างกัน เช่น antibiotics – สิวที่เกิดจากสารเคมี เช่น acne cosmetica, pomade acne, oil acne and chloracne – ใช้ได้ดีมากสำหรับเป็น prophylaxis ของสิวอักเสบเมื่อ control ด้วย systemic drug ได้แล้ว – ทาประมาณ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ก็เพียงพอสำหรับเป็นยาควบคุมสิวเพื่อไม่ให้ relapse – ใช้ได้ทุกอายุแม้แต่เด็กทารก – ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผลิตภัณฑ์ยา ทำในรูป cream และ gel มีความเข้มข้น 0.01%, 0.025%, 0.05% และ 0.1% วิธีใช้ ทาบางๆทั่วหน้าวันละ 1 ครั้งก่อนนอน แต่ต้องอธิบายให้ผู้ป่วยทราบว่าการทายาใน 1-2 สัปดาห์แรก อาจมีผื่นเห่อมากขึ้นเล็กน้อย และยาอาจทำให้หน้าแดงและลอกบ้าง ซึ่งถือว่าปกติแต่ถ้าเป็นมากเกินไป ควรลดความเข้มข้นและความถี่ของการใช้ยาลง เมื่อใช้ยานี้ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด หรือทายากันแสงแดดในเวลากลางวัน การดูว่ายาให้ผลในการรักษาหรือไม่ จะต้องใช้ยาแล้วอย่างน้อย 2-3 เดือน systemic toxicity ไม่มี เพราะยามีการดูดซึมแค่ 3-4% เท่านั้น

  1. Benzoyl peroxide การออกฤทธิ์
  2. ฆ่าเชื้อ gram positive organism & yeast ที่พบในท่อรูขน, ต่อมไขมัน ซึ่ง P.acnes เป็นตัวสำคัญ แต่ไม่ฆ่า normal flora ใน GI tract ต่างจาก oral antibiotic ซึ่งจะฆ่า normal flora ด้วย ยาออกฤทธิ์โดยปล่อยออกซิเจนอิสระออกมาเพื่อไป oxidise protein ของเชื้อ P.acnes ทำให้จำนวนเชื้อลดลง
  3. กระตุ้น epidermal mitosis ทำให้เกิด acanthosis & hyperkeratosis
  4. ยามี irritating effect ปานกลาง ทำให้ผิวแห้งและลอกเป็นขุยๆ peeling action นี้อาจทำให้เข้าใจผิดว่าไปลดการทำงานของต่อมไขมัน ผิวเลยแห้ง
  5. ยาไม่มีผล sebostatic ข้อบ่งชี้ – mild to moderate papulopustular acne แต่ไม่ได้ผลใน comedonal acne ผลิตภัณฑ์ยา มีในรูปของ aquagel, alcohol และ acetone gel ในความเข้มข้นต่างๆกัน ตั้งแต่ 2.5%, 4%, 5% และ 10%
  1. Topical antibiotics ข้อบ่งชี้ – ได้ผลในผื่นสิวอักเสบทุกชนิด โดยเฉพาะที่อักเสบไม่มากจนต้องให้ยารับประทาน ผลิตภัณฑ์ยา ที่ใช้มาก ได้แก่ 1% clindamycin phosphate lotion หรือ gel, 1-2% erythromycin base solution หรือ gel วิธีใช้ – ทาเฉพาะตุ่มที่อักเสบเท่านั้น โดยใช้ปลายนิ้วมือแต้ม วันละ 2-3 ครั้ง – clindamycin และ erythromycin ให้ผลของการรักษาใกล้เคียงกัน clindamycin ค่อนข้างปลอดภัย แต่มีรายงานว่าทำให้เกิด bloody diarrhea & colitis เหมือนที่เกิดกับยารับประทานบ้างแต่อาการจะหายอย่างรวดเร็วหลังหยุดยา erythromycin ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการแพ้สัมผัส ค่อนข้างปลอดภัย ผลข้างเคียงเฉพาะที่ของยาเหล่านี้มีบ้าง ได้แก่ อาการแดง ลอก และแสบๆโดยเฉพาะรอบๆตาซึ่งมักเกิดจากตัวทำละลาย (vehicle)
  2. Azelaic acid ข้อบ่งชี้ – ได้ผลสำหรับ mild to moderate acne ผลิตภัณฑ์ยา อยู่ในรูป 20% cream วิธีใช้ – ทาบางๆทั่วใบหน้า วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน – ผลข้างเคียงอาจมีอาการระคายเคือง แสบ แดงหรือหน้าลอก
  3. Adapalene (Naphthoic acid) เป็น synthetic retinoic analoque ข้อบ่งชี้ – ใช้ได้ดีกับสิวชนิด comedone ทั้ง open & closed และสิวอักเสบ ผลิตภัณฑ์ยา เป็นรูปของ 0.1% gel วิธีใช้ – ทาทั่วหน้าก่อนนอน – ยาไม่มีผลทำให้ผิวไวต่อแสงแดด
  4. Topical Isotretinoin ข้อบ่งชี้ ใช้ได้ผลสำหรับ mild to moderate acne ทั้งชนิด comedone และสิวอักเสบ ผลิตภัณฑ์ยา เป็นรูปของ 0.05% gel วิธีใช้ ทาทั่วหน้าก่อนนอน

ยารับประทาน

  1. 1. Tetracycline – ไม่ได้ผลใน open & closed comedone เพราะไม่ใช่ comedolytics แต่จะได้ผลในผื่นสิวอักเสบ โดยเฉพาะตุ่มหนอง แต่กว่าจะเห็นผลใช้เวลาหลายสัปดาห์ ซึ่งเกิดจากการลดการเกิดใหม่ของ papulopustules โดยไปยับยั้งการเจริญของacnes ใน microcomedones ขนาดที่จะใช้ในการรักษาสิว 500-1000 มก./วัน ขนาดสูงสุด 1500 มก./วัน ข้อบ่งชี้และวิธีใช้ – moderate to papulopustular acne – acne conglobata – ใช้ได้ในเด็กตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป – form ที่ใช้คือ tetracycline hydrochloride, phosphate, oxytetracycline, doxytetracycline – ควรรับประทานยาก่อนอาหารตอนท้องว่าง อาหารที่ลดปริมาณการดูดซึมของยา ได้แก่ นม วิตามินที่มีธาตุเหล็ก ยาเคลือบกระเพาะ และแคลเซียม (ถ้าทานก่อนอาหารแล้วคลื่นไส้อาเจียนให้รับประทานหลังอาหารได้) – ระยะเวลาของการใช้ยาไม่มีกำหนดที่แน่นอน แต่พบว่าค่อนข้างปลอดภัย แม้จะให้ติดต่อกันเป็นปี ในขนาด 250 มก./วัน แต่ก็ควรตรวจผู้ป่วยทุกๆ 3 เดือน การพิจารณาหยุดยาให้ดูจากอาการเป็นสำคัญ แต่ถ้าให้ยาแล้ว 3-6 เดือนยังได้ผลไม่ดี อาจต้องพิจารณาเปลี่ยนวิธีการรักษา – ในรายที่แพ้ tetracycline อาจเปลี่ยนให้ erythromycin 1000 มก./วัน แทน
  2. Isotretinoin (13-cis-retinoic acid) ข้อบ่งชี้ ใช้เฉพาะในรายซึ่งเป็นสิวชนิดรุนแรง และรักษาด้วยวิธีอื่นๆไม่ได้ผล นอกจากนี้อาจใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็น rosacea, gram negative folliculitis, dissecting cellulitis of scalp และ pyoderma faciale ขนาดที่ใช้คือ 0.1 ถึง 1 mg./kg/d. ข้อห้ามของการใช้ยา คือ ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์เพราะมี teratogenic effect และผู้ป่วยที่แพ้ paraben เพราะใช้ paraben เป็นสารpreservative ใน gelatin capsule เมื่อให้ยานี้ในผู้ป่วยหญิงต้องให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยถึงการคุมกำเนิดอย่างมีประสิทธิภาพขณะกินยาและหลังหยุดยาอย่างน้อย 1 เดือน

ผลข้างเคียง

  1. Sulfamethoxazole trimethoprim ยาที่ใช้ได้แก่ combination ของ 160 mg. Trimethoprim, 800 mg. Sulfamethoxazole รับประทานวันละ 2 ครั้ง ข้อบ่งชี้ – Gram negative folliculitis
  1. ยาประเภทฮอร์โมน ได้แก่ – Spironolactone(aldosterone antagonist)   Antiandrogen and estrogen ได้แก่ 2 mg. Cyproterone acetate + 50 mg. Ethinyl estradiol (Diane) 2 mg. Cyproterone acetate + 35 mg. Ethinyl estradiol (Diane 35) ใช้ในผู้หญิงที่เป็นสิวและหน้ามันมากๆในราย resistant papulopustular acne, refractory acne conglobata ผู้หญิงที่เป็นสิวร่วมกับมี irregular menstruation หรือร่วมกับ PCOS อาการหน้ามันจะลดลง 25-35% ผลข้างเคียง menstrual abnormality, breast tenderness & enlargement, nausea & vomiting, fluid retention, leg edema, headache, melasma, coronary and peripheral thrombosis.

กลุ่มยาต่อไปนี้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

systemic corticosteroid (prednisolone) ให้ในราย severe nodular acne ให้ขนาดต่ำๆ (ไม่เกิน 15 มก./วัน ) ในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน

Intralesional steroid ใช้ crystalline suspension of  triamcinolone  acetonide เพราะไม่ละลายง่าย ใช้ 1 – 2.5 mg./ ml. ฉีดเข้าตุ่มละ 0.05 ml. ฉีดไม่เกิน 10 mg. ต่อสัปดาห์ เพื่อป้องกัน systemic side effect ฉีดในรายตุ่มหนองอักเสบและเจ็บ เพื่อลดอาการอักเสบและลดการเกิดแผลเป็น งดการฉีดรอบตา รอบจมูก

 retinoid  ได้แก่ 13-cis-retinoic acid ใช้เฉพาะในสิวอักเสบรุนแรง (Nodulo- cystic acne) ตั้งแต่สิวหัวช้างขึ้นไปหรือในรายที่ใช้วิธีอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล ในรายสิวที่ก่อให้เกิดความน่าเกลียด หรือความเครียดแก่ผู้ป่วย

การให้ความรู้แก่ผู้ป่วย

ให้ทราบถึงลักษณะและความรุนแรงของสิว ตลอดจนสาเหตุประกอบต่างๆ ที่อาจทำให้อาการของสิวดีขึ้นหรือเลวลง เป็นการรักษาทางจิตใจให้ ผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความมั่นใจและลดความวิตกกังวลจากความเข้าใจและการรับรู้ผิดๆ ถูกๆ จากเพื่อนฝูงหรือคำโฆษณาต่างๆ ให้ความมั่นใจว่าสิวที่หน้าจะดีขึ้นได้ โดยทั่วไปถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม สิวจะเริ่มดีขึ้นในเวลาประมาณ 1-2 เดือน และจะดีขึ้นมากในเวลา 3-6 เดือน และหลังจากนั้นอาจต้องใช้ยาคุมโรคไว้เป็นระยะเวลาหนึ่งจนกว่าจะพ้นวัยที่เป็นสิว และที่สำคัญคือ ผู้ป่วยต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งในด้านการรับประทานอาหาร,ยาและการใช้ยาทา โดยแพทย์จะต้องบอกถึงผลดีและผลข้างเคียงของยาแต่ละตัวให้ผู้ป่วยทราบด้วย

การติดตามผล

นัดผู้ป่วยมาตรวจซ้ำครั้งแรกใน 1-4 สัปดาห์ เพื่อสอบถามถึงวิธีการใช้ยา และผลข้างเคียง ต่อไปอาจนัดผู้ป่วยทุก 1-3 เดือน เพื่อปรับขนาดยา    ดูผลการรักษา หลังรักษาอย่างต่อเนื่องกันแล้วอย่างน้อย 4 ถึง 6 สัปดาห์ขึ้นไป ถ้าไม่ได้ผลหรือเลวลง จึงจะพิจารณาเปลี่ยนยา  หลังจากสิวยุบหมดแล้ว ควรให้ผู้ป่วยใช้ยาทาคุมไว้จนกว่าจะพ้นวัยที่เป็นสิว

หมายเหตุ ในหญิงมีครรภ์หรือระยะให้นมลูกควรให้ใช้เฉพาะยาทาเท่านั้นและควรหลีกเลี่ยงการทา retinoic acid

พี.พอลล่า คลินิกศูนย์ ‪#‎โรคสะเก็ดเงิน‬ ‪#‎ฉีดโบท็อกซ์‬

ปรึกษาฟรีไลน์piti2497 สอบถาม093 939 6678/081 559 5963
www.facebook.com/PPaulaSkinAntiAgingCenter

Reference  : Chapter 80 :: Acne Vulgaris and Acneiform Eruptions:: Andrea L. Zaenglein, Emmy M. Graber, &Diane M. Thiboutot